“ยุทธศาสตร์สังคมไทยไร้ความรุนแรงและปลอดการค้ามนุษย์”

 

“ยุทธศาสตร์สังคมไทยไร้ความรุนแรงและปลอดการค้ามนุษย์”

รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสหนึ่ง ปี ๒๕๕๖ : ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ปีที่ ๑๐ ฉบับที่ ๒ เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๖)  มีประเด็นหลัก ๔ ประเด็นสำคัญ หนึ่งในสี่ประเด็นนั้นเป็นเรื่องของภาวะเด็กไทยที่ยังไม่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานครบทุกคน  โดยเฉพาะกลุ่มเด็กยากจนและกลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงที่จะจน ดังนั้น การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย(ฟรี)เต็มรูปแบบให้แก่เด็กทั้งสองกลุ่มนี้  จึงเป็นการป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาและจะนำไปสู่การสร้างหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนในการที่จะได้มีความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคตของพวกเขา ข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนปี ๒๕๕๒ – ๒๕๕๔ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ชี้ว่าเด็กไทยยังไม่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานครบทุกคนโดยเฉพาะเด็กยากจน เมื่อพิจารณาการเข้าถึงการศึกษาในเชิงพื้นที่ควบคู่กับเศรษฐสถานะพบว่า กลุ่มเด็กยากจนและเด็กมีความเสี่ยงที่จะจนในเมืองใหญ่เช่น กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลมีโอกาสน้อยในการได้รับการอบรมดูแลในช่วงปฐมวัย ขณะที่เด็กกลุ่มนี้ในภาคใต้ประสบปัญหาในการเข้าถึงการได้รับศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเช่นเดียวกัน

สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง : ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต ระบุว่า ในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมาสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พบเหยื่อผู้หญิงถูกกระทำรุนแรงเข้ารับการรักษาที่ศูนย์พึ่งได้ของกระทรวงสาธารณสุขกว่า ๒.๗    หมื่นคน ระบุตั้งแต่เดือนมกราคม – ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ มีผู้หญิงที่ถูกกระทำรุนแรงขอเข้ารับบริการจำนวน ๗๓๑ ราย แบ่งเป็น ความรุนแรงในครอบครัว ๕๙๓ ราย ความรุนแรงทางเพศ ๘๕ ราย ท้องไม่พร้อม ๒๒ ราย ค้ามนุษย์ ๓ ราย คลิปวิดีโอ ๗ ราย ต้องการหางานทำเพราะสามีทอดทิ้ง ๒๑ ราย นอกจากนั้นข้อมูลจากการศึกษาขององค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น เรื่อง “ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๕ ความคืบหน้าของผู้หญิงในโลกในการแสวงหาความยุติธรรม” ระบุว่า ประเทศไทยติดอันดับ ๗ ที่มีการกระทำความรุนแรงทางเพศมากที่สุด โดยเจตคติทางสังคมไทยมองปัญหานี้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับคดีที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว ผัวเมียตีกัน ทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่เกิดความไม่มั่นใจ และรู้สึกไม่ปลอดภัยในการที่จะไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ ส่งผลให้ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรีทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวันและกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เด็กและสตรีจำนวนมากต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกทำร้ายร่างกาย ทางจิตใจและทางเพศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องความจริงที่ต้องรู้ เกี่ยวกับ “ความรุนแรง” ในประเด็นสำคัญที่สังคมต้องทำความเข้าใจว่าการใช้ “ความรุนแรง” ถือเป็นการกระทำที่ผู้กระทำได้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้ถูกกระทำหลายรูปแบบของ “ความรุนแรง” ได้แก่ ความรุนแรงทางด้านร่างกาย ความรุนแรงทางด้านจิตใจ ความรุนแรงทางเพศ และความรุนแรงเชิงโครงสร้างทางสังคม ที่มีความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรม ทำให้เกิด “คนยากจน” และ “คนที่มีความเสี่ยงที่จะยากจน”  มากขึ้น  ซึ่งเมื่อวัดความยากจนโดยใช้ดัชนีความยากจนหลายมิติ (Multidimensional Poverty Index : MPI) ที่มีค่าใกล้เคียงกับสัดส่วนคนจนใต้เส้นความยากจนคือ ร้อยละ ๑๓ จะพบว่ามีจำนวนคนที่ตกอยู่ภายใต้ความยากจนมิติอื่นร้อยละ ๕๕.๓ โดยมิติที่มีปัญหามากที่สุด ได้แก่ การศึกษา (ร้อยละ ๓๑) รองลงมาเป็นด้านความเป็นอยู่ (ร้อยละ ๓๐.๖) เมื่อเชื่อมโยงความยากจนหลายมิติกับความยากจนตัวเงินพบว่า คนจนตัวเงินร้อยละ ๘๙.๑   มีความยากจนในมิติอื่น ๆ ด้วย ขณะที่กลุ่มคนไม่จนตัวเงินยังมีความยากจนมิติอื่น ๆ ถึงร้อยละ ๕๐.๑ แสดงว่ากลุ่มคนไม่จนครึ่งหนึ่งยังมีความเปราะบางเนื่องจากยังขาดการพัฒนาในมิติอื่นที่จะส่งผลต่อความยากจน

การไร้การศึกษา และ การมีภาวะยากจนเป็นเป้าหลอมสู่การสร้างนิสัยใช้ความรุนแรง: อธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิบายว่า สาเหตุของการใช้ความรุนแรงมักเกิดมาจากลักษณะส่วนตัวของผู้กระทำความรุนแรงที่ได้รับการหล่อหลอมมาจากครอบครัว “ปัญหาความรุนแรง” ส่วนใหญ่จะยึดโยงกับ “ปัญหาครอบครัว” เพราะครอบครัวเป็นสถาบันหลักของสังคม ขณะที่ปัญหาครอบครัวก็เกี่ยวพันกับ “ปัญหาทางจิต” ด้วย

ความรักในครอบครัว : ช่วยตัดวงจรนิสัยใช้ความรุนแรง ครอบครัวเป็นตัวช่วยหลักในการปลูกฝังรากฐานจิตใจ นิสัย และทัศนคติที่ดีให้กับทุกคน พร้อม ๆ กับสอนให้มีความเกื้อกูล เคารพสิทธิความเสมอภาคระหว่างชายและหญิง เพื่อร่วมกันปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องเหมาะสม ให้สังคมได้รับรู้ว่าปัญหาการกระทำรุนแรงต่อเด็กและสตรีไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องที่ทุก ๆ คนในสังคมต้องช่วยกัน

“กฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว” : ต้องถูกนำมาบังคับใช้อย่างจริงจัง นอกจากการกระทำความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวจะไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแล้ว ยังมีความผิดตามกฎหมาย    อีกด้วย ประเทศไทยมีกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งบังคับใช้มาแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ เพื่อเป็นการสร้างมาตรการและกลไกคุ้มครองเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว หากใครพบเห็นสามี-ภรรยา ทุบตีกัน หรือกรณีบุตร หรือสาวใช้ ถูกคนในครอบครัวทำร้าย ข่มขืน หรือเกิดเหตุรุนแรงในครอบครัวทุกประเภท ควรแจ้งเจ้าพนักงานเพื่อสามารถเข้าไประงับเหตุภายในเคหสถานได้ทันที ภายใต้กฎหมายดังกล่าว หากสังคมไทยได้ร่วมกันสร้างประแสความตื่นตัวต่อปัญหาความรุนแรง เมื่อพบเห็นก็ไม่เมินเฉย จะช่วยลดปัญหาการกระทำความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้อย่างมาก

คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา มีอำนาจหน้าที่ประการหนึ่งในการพิจารณาศึกษาเรื่อง ที่เกี่ยวกับเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส รวมทั้ง การส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล การสร้างหลักประกัน ความมั่นคง และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยโดยรวม  คณะกรรมาธิการได้ให้ความสำคัญกับปัญหาความรุนแรงในเด็กและเยาวชน ครอบครัวและปัญหาการค้ามนุษย์มาโดยตลอด เนื่องในโอกาสที่เดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนแห่งการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีสากล และเดือนมีนาคมเป็นวันสตรีสากล เพื่อระลึกถึงความเป็นมาแห่งการต่อสู้เพื่อให้ได้ซึ่งความเสมอภาค ยุติธรรม สันติภาพ และการพัฒนา

คณะกรรมาธิการได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการด้านสตรีภายใต้การนำของนางกีระณา        สุมาวงศ์ และคณะอนุกรรมาธิการด้านเด็กและเยาวชนภายใต้การนำของหม่อมหลวงปรียพรรณ  ศรีธวัช  จัดการสัมมนา เรื่อง “ยุทธศาสตร์สังคมไทยไร้ความรุนแรงและปลอดการค้ามนุษย์”วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๗ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ – ๑๔.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข ๓๐๖-๓๐๘ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ๑.เป็นเวทีระดมความคิดเห็นของนักวิชาการด้านการศึกษา นักพัฒนาสังคมทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม หน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิดเห็น ต่อรากฐานปัญหาของความรุนแรงต่อเด็กและสตรี กำหนดแนวทางการเปลี่ยนแปลง กำหนดแนวทางที่เป็นยุทธศาสตร์ที่เป็นหัวใจสำคัญของการยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ๒.เป็นเวทีให้สาธารณชนมีส่วนร่วม ทั้งการแสดงความคิดเห็น การรับรู้ข้อมูลปัญหา และวิธีการแก้ไข จนนำไปสู่การปลุกจิตสำนึกการมีส่วนร่วมที่จะช่วยกันผลักดันยุทธศาสตร์ที่ได้วางแผนร่วมกันให้สัมฤทธิ์ผลต่อไป ๓. เป็นการนำเสนอให้เห็นทิศทาง นโยบาย และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเป็นแผนงานหลักโดยให้สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรัฐบาล ที่ได้รับฟัง เห็นปัญหา และนำผลไปแก้ไขอย่างจริงจัง ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย และนโยบายสาธารณะต่อเด็กและสตรีได้มีความมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีเพื่อเป็นรากฐานของสังคมสันติสุขต่อไป

ภายในงานจะมีกิจกรรมการอภิปรายเรื่อง “ยุทธศาสตร์สังคมไทยไร้ความรุนแรงและปลอดการค้ามนุษย์”โดยผู้ทรงคุณวุฒิมากมาย อาทิ จากสำนักงานอัยการสูงสุด จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงขอเชิญท่านที่สนใจเข้าร่วมงานดังกล่าวได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา โทร ๐ ๒๘๓๑ ๙๒๒๕-๖ โทรสาร ๐ ๒๘๓๑ ๙๒๒๖ สายด่วนวุฒิสภา ๑๑๐๒ หรือส่งจดหมาย/เอกสาร/ข้อร้องเรียนไปที่ “ตู้ปวงชนชาวไทย”ไปรษณีย์รัฐสภา กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๕    

1,125 total views, 1 views today

Comments are closed.